FAE-60 กับ CARE ต่างกันอย่างไร?

ก่อนเปรียบตัวเลข ต้องเข้าใจหลักการก่อน ทั้งสองสูตรตอบคำถามเดียวกันว่า "จะใช้รายได้ช่วงไหนมาคำนวณบำนาญ?" แต่ตอบต่างกันโดยสิ้นเชิง

✅ สูตรที่ถูกต้อง
FAE-60
Final Average Earnings
เฉลี่ยจาก 60 เดือนสุดท้าย (5 ปีก่อนเกษียณ)
ฐานคำนวณ = เฉลี่ยเงินเดือน
60 เดือนสุดท้ายที่ส่งสมทบ

บำนาญ = ฐาน × 20%
+ (ปีส่งสมทบ - 15) × 1.5%
✓ สะท้อนรายได้จริงก่อนเกษียณ
❌ สูตรที่มีปัญหา
CARE
Career Average Revalued Earnings
เฉลี่ยตลอดชีวิตการทำงานทั้งหมด
ฐานคำนวณ = เฉลี่ยเงินเดือน
ทุกปีที่ส่งสมทบ (ม.33 + ม.39)

ปัญหา: ม.39 เพดาน 4,800 บาท
ถูกนำมาเฉลี่ยรวม → ฐานต่ำลง
✗ ขัดฎีกา 3307/2567

ตัวอย่างจริง: คนส่งสมทบ 27 ปี

👩‍💼

กรณีศึกษา: พนักงานบริษัท โอน ม.33 → ม.39

ตัวเลขจำลองตามสูตรจริง ณ ปัจจุบัน

27 ปี
ปีส่งสมทบรวม
20 ปี
ส่งสมทบ ม.33
7 ปี
ส่งสมทบ ม.39
15,000 ฿
เงินเดือนเฉลี่ย ม.33
4,800 ฿
ฐานสูงสุด ม.39
15,000 ฿
รายได้จริงก่อนเกษียณ
✅ FAE-60 ได้รับ
3,300 ฿
ฐาน 15,000 × (20% + 18%) = 5,700 ÷ ปีส่งสมทบ
คำนวณจากรายได้จริง 60 เดือนสุดท้าย
❌ CARE ได้รับ
1,980 ฿
ฐานถูกลดเพราะนำ 4,800 ม.39 มาเฉลี่ยรวม
แม้รายได้จริงยังเท่าเดิม
หายไป 1,320 บาท/เดือน = 15,840 บาท/ปี

หรือ 317,000 บาท ตลอด 20 ปีหลังเกษียณ — เงินที่คุณสูญเสียโดยไม่รู้ตัว

ฎีกา 3307/2567 พูดว่าอะไร?

ศาลฎีกาได้วางหลักไว้ชัดเจนแล้วในคำพิพากษาที่ 3307/2567 ว่า การนำฐานเงินสมทบสูงสุดของ ม.39 (4,800 บาท) มาเฉลี่ยรวมกับฐานเงินเดือนจริงของ ม.33 เป็น "การลดสิทธิประโยชน์โดยมิชอบ"

⚖️ หลักกฎหมายที่วางไว้

ผู้ประกันตนที่เคยอยู่ใน ม.33 มีสิทธิได้รับบำนาญที่คำนวณจากฐานเงินเดือนจริงที่ตนเคยส่งสมทบ การนำฐาน 4,800 บาท (เพดาน ม.39) มาลดทอนสิทธิที่สะสมไว้ใน ม.33 จึงขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย

นี่คือเหตุผลที่ FAE-60 ไม่ใช่แค่นโยบาย — แต่คือสิ่งที่กฎหมายรองรับแล้ว

หลักการนี้เรียกกันในกลุ่มเครือข่าย ม.39 ว่า "หลักการแยกกระเป๋า" — ฐานเงินสมทบช่วง ม.33 กับช่วง ม.39 ต้องนับแยกกัน ไม่ผสมรวมกันจนฐานสูงถูกฉุดต่ำลง หลักการเดียวกันนี้เองที่เป็นแกนกลางของกลุ่ม Class Action ม.39 ที่อ้างอิงฎีกา 3307/2567 และเป็นรากฐานที่ FAE-60 / Best 60M ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องด้วย — อ่านรายละเอียดกลุ่ม Class Action ม.39 ฉบับเต็ม → · อ่านวิเคราะห์เต็ม: ทำไมฎีกา 3307 คือหลักกฎหมายที่รองรับ Best 60M →

📰 สื่อต่างประเทศรายงานแล้ว

Bangkok Post หนึ่งในสื่อภาษาอังกฤษรายใหญ่ของไทย รายงานว่าหมอบูรณ์วิจารณ์ทั้งระบบ FAE ปัจจุบันและข้อเสนอสูตร CARE ว่ายังไม่แก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมเชิงโครงสร้างของระบบประกันสังคม พร้อมเตือนว่าผู้ประกันตนมาตรา 33 บางส่วนอาจได้รับบำนาญต่ำกว่าสูตรเดิมหากใช้ CARE และสนับสนุนแนวทางที่เชื่อมสิทธิบำนาญเข้ากับเงินสมทบรายบุคคลโดยตรงมากขึ้น (สอดคล้องกับหลักการ แยกกระเป๋าที่อธิบายไว้ข้างต้น) — อ่านต้นฉบับที่ Bangkok Post →

ข้อเรียกร้อง "กฎหมาย 3 ขอ"

ขบวนการ "ขอคืนไม่ได้ขอทาน" ไม่ได้แค่คัดค้าน CARE แต่มีทางออกที่ชัดเจน ผ่านข้อเรียกร้อง "กฎหมาย 3 ขอ"

ขอที่ 1
🗳️
เลือก
ให้ผู้ประกันตนเลือกสูตร FAE-60 ที่คำนวณจากรายได้จริงได้
ขอที่ 2
💰
คืน
คืนส่วนต่างบำนาญที่ถูกหักไปแล้วจากการใช้สูตรที่ไม่ถูกต้อง
ขอที่ 3
🏦
กู้
ให้ผู้ประกันตนกู้เงินจากกองทุนเพื่อสภาพคล่องยามจำเป็น
🎯 เป้าหมายที่ต้องการ

บำนาญขั้นต่ำ 10,000 บาท/เดือน สำหรับผู้ส่งสมทบครบ 15 ปีขึ้นไป ไม่ใช่ฝัน — แต่เป็นการคืนเงินที่ส่งสมทบมาตลอดชีวิตการทำงานอย่างยุติธรรม

กองทุนประกันสังคม 2-3 ล้านล้านบาท
กองทุน 2–3 ล้านล้านบาท — เงินของผู้ประกันตน ควรถูกบริหารด้วยสูตรที่ยุติธรรม

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับการเลือกตั้งบอร์ด?

บอร์ดประกันสังคมมีอำนาจในการเสนอและอนุมัติสูตรคำนวณบำนาญ ถ้าบอร์ดชุดใหม่ยังสนับสนุน CARE — ผลลัพธ์ที่เห็นในตารางข้างบนจะเกิดขึ้นกับผู้ประกันตนทุกคน ถ้าบอร์ดชุดใหม่ยืน FAE-60 — นั่นคือการคืนความยุติธรรมให้ 25 ล้านคน

ดังนั้น การเลือกตั้งบอร์ด = การเลือกสูตรคำนวณบำนาญของคุณ